กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม
Division of physical systems and Environment
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับเทศบาลเมืองแม่โจ้ ร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้
เมื่อวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายธีระชัย ตันเรืองพร ผู้อำนวยการกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยทีมงานจัดการก่อสร้างและผังแม่บท ลงพื้นที่สำรวจและชี้แนวท่อระบายน้ำบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณดังกล่าว เบื้องต้นได้รับความร่วมมือจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ นำโดยนายสุรศักดิ์ ภีระคำ รองนายกเทศมนตรีเมืองแม่โจ้ พร้อมด้วยรองปลัดฯ และผู้อำนวยการกองช่าง จัดเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตรวจสอบจุดที่มีน้ำท่วมขัง โดยได้นำรถดูดโคลนและรถน้ำ เข้าดำเนินการดูดโคลนและสิ่งปฏิกูล รวมถึงขยะที่อุดตันภายในท่อระบายน้ำด้านหน้ามหาวิทยาลัย โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 12-16 กรกฎาคม 2564 การดำเนินการดังกล่าวจะสามารถช่วยลดปัญหาการท่วมขังของน้ำฝน  และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนถนนที่เคยเกิดขึ้นแนวถนนด้านหน้ามหาวิทยาลัย และจะส่งผลทำให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ดีขึ้น ลดเวลาการท่วมขังในพื้นที่
16 กรกฎาคม 2564     |      732
แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศตามนโยบาย 30/30 ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก
แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศตามนโยบาย 30/30 ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ได้ออกแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามนโยบาย 30/30 คือการตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ.2573 ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) ในอนาคต ซึ่งขณะนี้หลาย ๆ ประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ได้กำหนดเป้าหมายและมาตรการที่ชัดเจนในการส่งเสริม EV แล้ว จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ในวันที่ 13 พ.ค.64 ที่ผ่านมา ได้กำหนดเป้าหมายการผลิตและการใช้ EV ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการนำแนวทางต่าง ๆ ไปศึกษาถึงรายละเอียดและความเป็นไปได้ของมาตรการส่งเสริมต่างๆ เพื่อนำเสนอในการประชุมครั้งต่อไปโดยมาตรการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (ระยะเร่งด่วน) : ปี 2564 – 2565 นำร่องส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั่วประเทศ ระยะที่ 2 : ปี 2566 – 2568 พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ 225,000 คัน รถจักรยานยนต์ 360,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 18,000 คัน ภายในปี 2568 รวมถึงการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแรกและถือว่าเป็นเป้าหมายการผลิตในระดับ Economy of Scale ระยะที่ 3 : ปี 2569 – 2573 ขับเคลื่อนแผนและมาตรการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุตามนโยบาย 30/30 ซึ่งมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะทั้งสิ้น 725,000 คัน ประเภทรถจักรยานยนต์จะมีการผลิตทั้งสิ้น 675,000 คัน คิดเป็น 30% ของการผลิตในปี 2573 และรวมถึงการผลิตแบตเตอรี่เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศด้วย ในวันนี้ เรื่องของยานยนต์ไฟฟ้าจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ อีกทั้งประหยัดพลังงานและเชื้อเพลิง อยากให้ทุกท่านช่วยผลักดันให้นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าได้เข้ามามีบทบาท ในสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ เชื่อว่าจะทำให้สิ่งแวดล้อมและสิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน #แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า #EV #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
1 กรกฎาคม 2564     |      2051
กิจกรรมสาธิตการต่อเชื้อจุลินทรีย์จากหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น เพื่อใช้ทางสิ่งแวดล้อมและการเกษตร
อีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อรณรงค์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2564 โดยกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมสาธิตการต่อเชื้อจุลินทรีย์จากหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น เพื่อใช้ทางสิ่งแวดล้อมและการเกษตร (ใช้ทำปุ๋ยหมัก, ย่อยเศษวัชพืช, ย่อยเศษอาหาร รวมถึงบำบัดน้ำเสียและดับกลิ่นจากมูลสัตว์) โดยได้รับความอนุเคราะห์หัวเชื้อจุลินทรีย์จาก ผศ. ดร.ฐปน ชื่นบาล และวิทยากรจากสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ และนายพนมเทียน ทนคำดี นักวิทยาศาสตร์ งานสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
7 มิถุนายน 2564     |      654
มาแชร์กัน 5 วิธี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักษ์พลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม
มาแชร์กัน 5 วิธี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักษ์พลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม ใคร ๆ ก็รู้ว่าเทรนด์รักษ์โลกปีนี้มาแรง เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พลังงานไปด้วยกัน วันนี้กระทรวงพลังงาน มี 5 วิธี ที่ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกัน 1. ซื้อของที่ตลาด ร้านค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ให้ใช้ถุงผ้าใส่ของ แทนการใช้ถุงพลาสติก 2. เมื่อต้องซื้ออาหารที่ร้าน รวมถึงต้องห่อข้าวจากที่บ้านไปที่ทำงาน เลือกใช้ปิ่นโตหรือกล่องใส่อาหารแทนการใช้กล่องโฟม 3. ปั่นจักรยานหรือเดิน แทนการนั่งรถในระยะทางใกล้ ๆ จะช่วยประหยัดพลังงานได้ 4. เปลี่ยนจากการใช้แก้วพลาสติกเป็นแก้วน้ำส่วนตัว พกไว้ใช้ใส่ชา กาแฟหรือน้ำดื่มแทนครับ 5. ลดการใช้เครื่องปรับอากาศในบ้าน ลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น รับลมและใช้แสงสว่างจากธรรมชาติ เพียงเท่านี้ 5 วิธีง่ายๆที่ทุกท่านสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันครับ #5วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรม #รักษ์พลังงานรักษาสิ่งแวดล้อม #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
7 พฤษภาคม 2564     |      1085
ตรวจสอบให้ดี ! ปลั๊กพ่วงที่ไม่พร้อมใช้งาน อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้
ตรวจสอบให้ดี ! ปลั๊กพ่วงที่ไม่พร้อมใช้งาน อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ จากที่มีข่าวเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้ ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากปลั๊กพ่วงที่ไม่พร้อมใช้งานหรือเสื่อมสภาพ ซึ่งเราอาจไม่ทันสังเกตเห็น วันนี้ กระทรวงพลังงาน ขอแนะนำให้ตรวจสอบปลั๊กพ่วง ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ และต้องหมั่นดูแลรักษาให้ปลอดภัย มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย 1. สายไฟต้องไม่มีรอยฉีกขาด บิดเบี้ยว ตัวอุปกรณ์ต้องไม่แตกหัก ร้าว 2. ไม่นำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะ เช่น เตารีด สว่าน มาใช้กับปลั๊กพ่วง และควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังใช้งาน แล้วทุกครั้ง 3.เลือกใช้ปลั๊กพ่วงที่ได้มาตรฐาน มีสัญลักษณ์เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) 2432-2555 หรือ มอก.ปลั๊กพ่วง ที่ชัดเจน 4.หมั่นตรวจสอบและทำความสะอาดปลั๊กพ่วงอยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยให้เก่าชำรุดหรือมีรอยไหม้ เราควรหมั่นคอยตรวจสอบและปลูกฝังให้ความรู้กับคนในครอบครัวเกี่ยวกับการใช้งานปลั๊กพ่วงอย่างถูกวิธี และฝึกสังเกตเพื่อให้ปลั๊กพ่วงมีความพร้อมในการใช้งานและใช้ได้อย่างปลอดภัย อ่านจบแล้วเราไปเริ่มตรวจสอบปลั๊กพ่วงภายในบ้านกันได้เลยนะครับ #ตรวจสอบอุปกรณ์ในบ้านที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ #ประหยัดพลังงาน #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
7 พฤษภาคม 2564     |      940
เปิดข้อดี 'ยานยนต์ไฟฟ้า' (EV) หนึ่งทางเลือกสำหรับคนยุคใหม่
เปิดข้อดี 'ยานยนต์ไฟฟ้า' (EV) หนึ่งทางเลือกสำหรับคนยุคใหม่ โลกของพลังงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากการใช้น้ำมันก็ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งกระทรวงพลังงาน ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มาจากฟอสซิล และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามแผนอนุรักษ์พลังงาน จึงได้ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า เรามาทำความรู้จักกับ ‘ยานยนต์ยนต์ไฟฟ้า’ กัน เพื่อจะได้เข้าใจถูกว่ารถ EV นั้นเจ๋งแค่ไหน • ลดมลพิษในอากาศ เพราะรถ EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ไม่มีการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ไม่ทำให้เกิดควัน ไม่เกิดไอเสียและมลภาวะทางอากาศ ที่นำไปสู่ภาวะโลกร้อน ตอบโจทย์กับคนยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม • ลดค่าใช้จ่ายจากการเติมน้ำมัน เชื้อเพลิงที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีราคาค่อนข้างสูงและผันผวน แต่เมื่อเทียบอัตราการใช้งานกับรถ EV นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก สำหรับรถ EV นั้นอัตราการชาร์จไฟที่ดูเหมือนจะถูกลง แต่การใช้น้ำมันกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ • ลดค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุง รถ EV มีชิ้นส่วนกลไกในการขับเคลื่อนน้อยกว่ารถน้ำมัน ทำให้ค่าซ่อมบำรุงนั้นมีราคาที่ถูกกว่า • ความเงียบของเครื่องยนต์ รถ EV ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่สู่มอเตอร์เพื่อทำการขับเคลื่อน โดยที่ไม่ได้ใช้เครื่องยนต์สันดาป ภายในจึงไม่ก่อให้เกิดการเผาไหม้ ทำให้เสียงของการทำงานของรถยนต์ไฟฟ้านั้นเงียบกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหลายเท่า เพราะด้วยข้อดีเหล่านี้ ในหลายๆประเทศ ก็ต่างสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นในประเทศสหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ จีน เยอรมนี หรือ อังกฤษ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำที่มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและพยายามที่จะผลักดันนโยบายให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากลายเป็นรถยนต์แห่งอนาคตที่ทั้งโลกจะหันมาใช้ และสำหรับประเทศไทยนั้นก็มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อยู่บ้างแล้ว เช่น การติดตั้งจุดชาร์จไฟสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า การออกนโยบายและมาตรการเพื่ิอเอื้อให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามายิ่งขึ้น เป็นต้น #ยานยนต์ไฟฟ้า #EV #ประหยัดพลังงาน #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
3 พฤษภาคม 2564     |      1090
????Work From Home "ประหยัดพลังงาน “ วิธีใดที่ใช่คุณ ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย หลายๆท่านต้องกลับมา Work from home กันอีกครั้ง
????Work From Home "ประหยัดพลังงาน “ วิธีใดที่ใช่คุณ ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย หลายๆท่านต้องกลับมา Work from home กันอีกครั้ง วันนี้ กระทรวงพลังงาน จึงอยากเชิญทุกท่านร่วมสนุก ด้วยการแสดงความรู้สึก (Reaction) ผ่าน Game on Facebook ของกระทรวงพลังงาน Work From Home “ ประหยัดพลังงาน “ วิธีใดที่ใช่คุณ ด้วยการแชร์โพสต์นี้เป็นสาธารณะพร้อมแบ่งปันวิธีประหยัดพลังงานเมื่อทำงานที่บ้าน Work From Home ในแบบของท่านเอง 3 ข้อ วิธีไหนโดนใจที่สุด รับไปเลย สมุดโน้ตปกหนังจากกระทรวงพลังงาน จำนวน 10 รางวัล ??กติกาการร่วมสนุก 1.กด Like Page Facebook กระทรวงพลังงาน 2.กดเลือกปุ่มแสดงความรู้สึก(Reaction) วิธีประหยัดพลังงาน ที่ท่านชอบ 3.กด Share Post Game เป็นสาธารณะ พร้อมพิมพ์ Caption วิธีการประหยัดพลังงานในขณะทำงานที่บ้านในรูปแบบของท่านมา 3 ข้อ ?? ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2564 ถึง 30 เมษายน 2564 และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดี ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 ที่ทางหน้าเพจ Facebook กระทรวงพลังงาน หมายเหตุ -ผู้โชคดีต้องแจ้งที่อยู่สำหรับส่งของรางวัลภายใน 7 วัน หากเกินระยะเวลากำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะมอบให้รายชื่อสำรองลำดับต่อไป - คำตัดสินของผู้จัดกิจกรรมถือเป็นที่สิ้นสุด
23 เมษายน 2564     |      858
สัญลักษณ์บนรีโมทแอร์ ดูให้เป็น ได้อากาศเย็น แถมประหยัดค่าไฟ
สัญลักษณ์บนรีโมทแอร์ ดูให้เป็น ได้อากาศเย็น แถมประหยัดค่าไฟ หลายคนใช้เครื่องปรับอากาศหรือแอร์เกือบทุกวัน แต่ทุกท่านรู้ไหมว่าสัญลักษณ์บนรีโมทแอร์มีความหมายว่าอะไร วันนี้ กระทรวงพลังงาน จะมาบอกความหมายของสัญลักษณ์บนรีโมทแอร์ และทริคเล็กๆ ในการเลือก ‘โหมดที่เหมาะสมกับตนเอง’ สำหรับการใช้งานแอร์ที่เย็นฉ่ำ และประหยัดค่าไฟ เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้อย่างถูกวิธี จะมีอะไรบ้าง มาดูกันครับ Auto Mode : โหมดนี้สำหรับท่านที่ไม่ต้องการยุ่งยากในการปรับอะไรมาก เพราะมันจะปรับอุณหภูมิและความเร็วของพัดลมโดยอัตโนมัติ และโหมด Auto นี้ มันจะสลับการทำงานไปโหมดอื่นๆ เช่น Dry หรือ Cool ให้ตามสภาพแวดล้อมในห้องเรา เหมาะสำหรับ : บ้านที่ไม่ค่อยมีใครไปยุ่งกับแอร์มากนัก กดปุ่มเปิด/ปิด อย่างเดียว ที่เหลือให้แอร์มันคิดให้ เย็นเหมือนกัน Cool Mode : โหมดนี้จะตั้งค่าได้ทั้งอุณภูมิและความเร็วของพัดลม เมื่อแอร์ทำให้ห้องมีอุณหภูมิถึงจุดที่เราตั้งไว้แล้ว แอร์จะหยุดทำงานครู่หนึ่ง (หรือที่เราเรียกกันว่าแอร์ตัด) เหมาะสำหรับ : ช่วงที่อากาศร้อน หรือตอนที่เราอยากให้ห้องมีอุณภูมิเย็นมากหรือน้อยตามใจเรา Dry Mode : โหมดนี้ทำงานคล้ายกับโหมด Cool แต่จะเพิ่มการลดความชื้นในอากาศ แต่ความเย็นจะลดลงถ้าเทียบกับโหมด Cool ในอุณหภูมิที่เท่ากัน เพราะความชื้นในอากาศนั้นหายไป เหมาะสำหรับ : ห้องที่ต้องการควบคุมความชื้น มีสิ่งของหรืออุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสำหรับอากาศชื้น Fan Mode : โหมดนี้จะทำงานเพียงแค่พัดลม ซึ่งเป็นลมในอุณหภูมิห้องปกติ ไม่ใช่ลมเย็น เราสามารถตั้งค่าได้เฉพาะความเร็วของพัดลมเท่านั้น เหมาะสำหรับ : ห้องที่ต้องการอากาศหมุนเวียน แต่ไม่ต้องการให้ห้องมีความเย็น หรือเมื่อแอร์มีปัญหากลิ่นอับ โหมดนี้จะช่วยลดความชื้นสะสม และลดกลิ่นอับได้ระดับหนึ่ง การเลือกใช้โหมดต่าง ๆ ให้เหมาะกับการใช้งานจะสามารถประหยัดพลังงานได้ รวมไปถึงค่าไฟในแต่ละเดือนด้วยนะครับ #สัญลักษณ์บนรีโมทแอร์ #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
7 เมษายน 2564     |      19017
กบง.เห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ภายใต้ทิศทางนโยบาย 5 ด้าน
กบง.เห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ภายใต้ทิศทางนโยบาย 5 ด้าน จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเรือนกระจก อุณหภูมิโลกได้สูงขึ้น ประเทศไทยจึงได้วางเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดย กระทรวงพลังงาน ได้กำหนดเป้าหมายมุ่งสู่พลังงานสะอาด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2580 ซึ่งที่ประชุม กบง. เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุม ได้เห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2580 มีทิศทางนโยบาย (Policy Direction) 5 ด้าน ได้แก่ 1.ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน 2.ลงทุนพลังงานสีเขียว 3.ดำเนินนโยบาย 4D1E เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคพลังงาน 4.เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน 5.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี ครอบคลุมการขับเคลื่อนพลังงานทั้งด้านไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลจากศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ (National Energy Information Center: NEIC) ทั้งข้อมูลเชิงนโยบาย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านพลังงาน (Capacity Building) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในอนาคต #กบง #กรอบแผนพลังงานชาติ #NationalEnergyPlan #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN ดูน้อยลง
2 เมษายน 2564     |      1085
ทั้งหมด 19 หน้า