กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม
Division of physical systems and Environment
กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม จัดทำแผนกลยุทธ์ (ปี 2565-2569) และแผนการปฏิบัติงานกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
วันพุธที่ 29 กันยายน 2564 เวลา 09.00 น. กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม จัดทำแผนกลยุทธ์ (ปี 2565-2569) และแผนการปฏิบัติงานกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ ดุษฎี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาเป็นประธานเปิดกิจกรรม และนายวรุณสิริ สุจินดา รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานยุทธศาสตร์และติดตามประเมินผล กองแผนงาน ดำเนินการจัดทำแผนฯ พร้อมร่วมแสดงมุทิตาจิตและมอบของที่ระลึก แด่ผู้เกษียณอายุ ประจำปี 2564 ห้องประชุมวุฒากาศ
30 กันยายน 2564     |      585
MJU ส่งขวดช่วยหมอ ผลิตชุด PPE มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สานต่อกิจกรรมเพื่อช่วยการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและร่วมช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนักในสถานการณ์โควิด-19
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน 2564 เวลา 10.30 น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ ดุษฎี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยนายธีระชัย ตันเรืองพร ผู้อำนวยการกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม และนางจีรพรรณ จันทราศัพท์ หัวหน้างานจัดการสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติใหม่ ร่วมรับมอบขวดพลาสติกจากผู้แทนสโมสรไลออนเชียงใหม่  ขณะนี้รับบริจาคได้แล้ว  250 กิโลกรัม ซึ่งขวดจำนวนนี้สามารถนำไปแปรรูปเพื่อผลิตชุด PPE เพื่อผลิตชุด PPE ได้  833 ชุด
10 กันยายน 2564     |      500
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับเทศบาลเมืองแม่โจ้ ร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้
เมื่อวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายธีระชัย ตันเรืองพร ผู้อำนวยการกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยทีมงานจัดการก่อสร้างและผังแม่บท ลงพื้นที่สำรวจและชี้แนวท่อระบายน้ำบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณดังกล่าว เบื้องต้นได้รับความร่วมมือจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ นำโดยนายสุรศักดิ์ ภีระคำ รองนายกเทศมนตรีเมืองแม่โจ้ พร้อมด้วยรองปลัดฯ และผู้อำนวยการกองช่าง จัดเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตรวจสอบจุดที่มีน้ำท่วมขัง โดยได้นำรถดูดโคลนและรถน้ำ เข้าดำเนินการดูดโคลนและสิ่งปฏิกูล รวมถึงขยะที่อุดตันภายในท่อระบายน้ำด้านหน้ามหาวิทยาลัย โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 12-16 กรกฎาคม 2564 การดำเนินการดังกล่าวจะสามารถช่วยลดปัญหาการท่วมขังของน้ำฝน  และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนถนนที่เคยเกิดขึ้นแนวถนนด้านหน้ามหาวิทยาลัย และจะส่งผลทำให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ดีขึ้น ลดเวลาการท่วมขังในพื้นที่
16 กรกฎาคม 2564     |      789
แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศตามนโยบาย 30/30 ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก
แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศตามนโยบาย 30/30 ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ได้ออกแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามนโยบาย 30/30 คือการตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ.2573 ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) ในอนาคต ซึ่งขณะนี้หลาย ๆ ประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ได้กำหนดเป้าหมายและมาตรการที่ชัดเจนในการส่งเสริม EV แล้ว จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ในวันที่ 13 พ.ค.64 ที่ผ่านมา ได้กำหนดเป้าหมายการผลิตและการใช้ EV ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการนำแนวทางต่าง ๆ ไปศึกษาถึงรายละเอียดและความเป็นไปได้ของมาตรการส่งเสริมต่างๆ เพื่อนำเสนอในการประชุมครั้งต่อไปโดยมาตรการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (ระยะเร่งด่วน) : ปี 2564 – 2565 นำร่องส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั่วประเทศ ระยะที่ 2 : ปี 2566 – 2568 พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ 225,000 คัน รถจักรยานยนต์ 360,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 18,000 คัน ภายในปี 2568 รวมถึงการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแรกและถือว่าเป็นเป้าหมายการผลิตในระดับ Economy of Scale ระยะที่ 3 : ปี 2569 – 2573 ขับเคลื่อนแผนและมาตรการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุตามนโยบาย 30/30 ซึ่งมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะทั้งสิ้น 725,000 คัน ประเภทรถจักรยานยนต์จะมีการผลิตทั้งสิ้น 675,000 คัน คิดเป็น 30% ของการผลิตในปี 2573 และรวมถึงการผลิตแบตเตอรี่เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศด้วย ในวันนี้ เรื่องของยานยนต์ไฟฟ้าจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ อีกทั้งประหยัดพลังงานและเชื้อเพลิง อยากให้ทุกท่านช่วยผลักดันให้นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าได้เข้ามามีบทบาท ในสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ เชื่อว่าจะทำให้สิ่งแวดล้อมและสิ่งต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน #แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า #EV #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
1 กรกฎาคม 2564     |      2140
กิจกรรมสาธิตการต่อเชื้อจุลินทรีย์จากหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น เพื่อใช้ทางสิ่งแวดล้อมและการเกษตร
อีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อรณรงค์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2564 โดยกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมสาธิตการต่อเชื้อจุลินทรีย์จากหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น เพื่อใช้ทางสิ่งแวดล้อมและการเกษตร (ใช้ทำปุ๋ยหมัก, ย่อยเศษวัชพืช, ย่อยเศษอาหาร รวมถึงบำบัดน้ำเสียและดับกลิ่นจากมูลสัตว์) โดยได้รับความอนุเคราะห์หัวเชื้อจุลินทรีย์จาก ผศ. ดร.ฐปน ชื่นบาล และวิทยากรจากสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ และนายพนมเทียน ทนคำดี นักวิทยาศาสตร์ งานสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
7 มิถุนายน 2564     |      679
มาแชร์กัน 5 วิธี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักษ์พลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม
มาแชร์กัน 5 วิธี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักษ์พลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม ใคร ๆ ก็รู้ว่าเทรนด์รักษ์โลกปีนี้มาแรง เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พลังงานไปด้วยกัน วันนี้กระทรวงพลังงาน มี 5 วิธี ที่ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกัน 1. ซื้อของที่ตลาด ร้านค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ให้ใช้ถุงผ้าใส่ของ แทนการใช้ถุงพลาสติก 2. เมื่อต้องซื้ออาหารที่ร้าน รวมถึงต้องห่อข้าวจากที่บ้านไปที่ทำงาน เลือกใช้ปิ่นโตหรือกล่องใส่อาหารแทนการใช้กล่องโฟม 3. ปั่นจักรยานหรือเดิน แทนการนั่งรถในระยะทางใกล้ ๆ จะช่วยประหยัดพลังงานได้ 4. เปลี่ยนจากการใช้แก้วพลาสติกเป็นแก้วน้ำส่วนตัว พกไว้ใช้ใส่ชา กาแฟหรือน้ำดื่มแทนครับ 5. ลดการใช้เครื่องปรับอากาศในบ้าน ลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น รับลมและใช้แสงสว่างจากธรรมชาติ เพียงเท่านี้ 5 วิธีง่ายๆที่ทุกท่านสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันครับ #5วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรม #รักษ์พลังงานรักษาสิ่งแวดล้อม #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
7 พฤษภาคม 2564     |      1130
ตรวจสอบให้ดี ! ปลั๊กพ่วงที่ไม่พร้อมใช้งาน อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้
ตรวจสอบให้ดี ! ปลั๊กพ่วงที่ไม่พร้อมใช้งาน อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ จากที่มีข่าวเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้ ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากปลั๊กพ่วงที่ไม่พร้อมใช้งานหรือเสื่อมสภาพ ซึ่งเราอาจไม่ทันสังเกตเห็น วันนี้ กระทรวงพลังงาน ขอแนะนำให้ตรวจสอบปลั๊กพ่วง ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ และต้องหมั่นดูแลรักษาให้ปลอดภัย มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย 1. สายไฟต้องไม่มีรอยฉีกขาด บิดเบี้ยว ตัวอุปกรณ์ต้องไม่แตกหัก ร้าว 2. ไม่นำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะ เช่น เตารีด สว่าน มาใช้กับปลั๊กพ่วง และควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังใช้งาน แล้วทุกครั้ง 3.เลือกใช้ปลั๊กพ่วงที่ได้มาตรฐาน มีสัญลักษณ์เครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) 2432-2555 หรือ มอก.ปลั๊กพ่วง ที่ชัดเจน 4.หมั่นตรวจสอบและทำความสะอาดปลั๊กพ่วงอยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยให้เก่าชำรุดหรือมีรอยไหม้ เราควรหมั่นคอยตรวจสอบและปลูกฝังให้ความรู้กับคนในครอบครัวเกี่ยวกับการใช้งานปลั๊กพ่วงอย่างถูกวิธี และฝึกสังเกตเพื่อให้ปลั๊กพ่วงมีความพร้อมในการใช้งานและใช้ได้อย่างปลอดภัย อ่านจบแล้วเราไปเริ่มตรวจสอบปลั๊กพ่วงภายในบ้านกันได้เลยนะครับ #ตรวจสอบอุปกรณ์ในบ้านที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ #ประหยัดพลังงาน #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN
7 พฤษภาคม 2564     |      1027
ทั้งหมด 19 หน้า